สมุนไพรจีน | www.LoveYouPlaza.com - Results from #40
ตะกร้า ( ชิ้น)
Total: 0

มีสินค้า ในตะกร้า

ตะกร้าว่างอยู่ค่ะ
ข่าวล่าสุด:
ข้อแนะนำในการดื่มยาน้ำสมุนไพร ฮั้วลักเซียม -- "ข้อแนะนำในการดื่มยาน้ำสมุนไพร ..." -- 19 กรกฎาคม 2560
ประวัติคุณหมอณรงค์ พุ่มโพธิงาม ต้นตำรับสมุนไพรจีน -- "ในอดีตเมื่อตอนคุณหมออายุประมาณ 12 ปี คุณพ่อคุณแม่ได้สนับสนุนให้ได้รับการศึกษาร่ำเรียน ..." -- 19 กรกฎาคม 2560
ปริมาณการดื่มสมุนไพร ฮั้วลักเซียม ในแต่ละโรค -- "ปริมาณการดื่มสมุนไพร ฮั้วลักเซียม ในแต่ละโรค หน่วย: ขวดใหญ่ (750 ซีซี.) ..." -- 19 กรกฎาคม 2560
ยาน้ำสมุนไพรจีน ฮั้วลักเซียม -- "มีเงินแสน เงินล้าน ก็หมดความหมาย หากร่างกายไม่แข็งแรง ไม่ว่า คุณจะมีปัญหาสุขภาพด้านไหน ..." -- 19 กรกฎาคม 2560
รูปหมอณรงค์ พุ่มโพธิงาม นี้นั้น สำคัญไฉน -- "ท่านผู้มีเกียรติทุกท่านสังเกตมั๊ยครับว่า ..." -- 19 กรกฎาคม 2560
หลักประกันในสรรพคุณของยาน้ำสมุนไพรจีนฮั้วลักเซียม -- "หลักประกันในสรรพคุณของยาน้ำสมุนไพรจีนฮั้วลักเซียม ..." -- 19 กรกฎาคม 2560
ฮั้วลักจู สูตรผงไข่มุขแท้ 100% -- "สมุนไพรจีนฮั้วลักจู บรรจุในรูปแบบของแคปซูล มีส่วนผสมสำคัญคือผงไข่มุขแท้สูตรเข้มข้น 100% ..." -- 19 กรกฎาคม 2560
ฮั้วลักป้อ บำรุงร่างกาย -- "สมุนไพรจีนฮั้วลักป้อ บรรจุในรูปแบบแคปซูล ประกอบด้วยส่วนผสมของสมุนไพรจีน 99 ชนิด ..." -- 19 กรกฎาคม 2560
ฮั้วลักเซียม กับ คำถามที่ถูกถามบ่อยที่สุด -- " ฮั้วลักเซียม คืออะไร ตอบ ฮั้วลักเซียม คือ ยาสามัญประจำบ้าน สำหรับบำรุงและฟื้นฟูสุขภาพ ..." -- 19 กรกฎาคม 2560
ฮั้วลักเซียม ประกอบด้วยสมุนไพร 99 ชนิด -- "ฮั้วลักเซียม ประกอบด้วยสมุนไพรจีน 99 ชนิดอยู่ในขวดเดียวกัน โดยขบวนการสกัดด้วยแอลกอฮอล์ ..." -- 19 กรกฎาคม 2560

ฮั้วลักเซียม.คอม โทร.081-131-0137

สมุนไพรจีนสมุนไพรจีน ได้รับการยอมรับกันอย่างกว้างขวางมานับพันปี ว่ามีคุณค่าต่อร่างกายเป็นอย่างมากทั้งในด้านการรักษาโรค หรือบริโภคเป็นอาหาร หรือเครื่องดื่มบำรุงสุขภาพ ทำให้ร่างกายแข็งแรงปราศจากโรคภัย ช่วยให้ฟื้นจากไข้ได้อย่างรวดเร็ว  

สมุนไพรจีนในโลกนี้มีมากมายนับหมื่นชนิด แต่ที่คุณหมอณรงค์ พุ่มโพธิงามนำมาผลิตเป็น ยาน้ำสมุนไพร ฮั้วลักเซียม นั้น มี 99 ชนิด


Loveyouplaza Logoสั่งซื้อฮั้วลักเซียมได้ 3 ช่องทาง
สั่งซื้อฮั้วลักเซียมออนไลน์
คลิ๊กที่นี่เพื่อสั่งซื้อฮั้วลักเซียมออนไลน์
สั่งซื้อฮั้วลักเซียมทางโทรศัพท์โทรสั่งซื้อทางโทรศัพท์โดยตรง โทร.080-235-0137080-235-0137 โทร.081-131-0137081-131-0137 โทร.082-492-0137082-492-0137
สั่งซื้อฮั้วลักเซียมทางไลน์สั่งซื้อทางไลน์ Line ID: HouLukSeamid: HouLukSeam

  • เปรียบเทียบการรักษาทางคลินิกแผนจีน - แผนตะวันตก (ตอนที่ 7) ภาวะมีบุตรยาก : ทัศนะแพทย์แผนปัจจุบัน
    04 08

    มีการร่ำลือกันมากเกี่ยวกับการรักษา "ภาวะมีบุตรยาก" ด้วยศาสตร์แพทย์แผนจีน

    ผู้หญิงอายุ 32 ปี มีปัญหาภาวะมีบุตรยาก ได้ทำการตรวจและรักษากับผู้เชี่ยวชาญ ด้วยการปลูกถ่าย ฝังตัวอ่อนมา 3 ครั้ง ประสบความล้มเหลว ผู้หญิงรายนี้ปวดศีรษะไมเกรน มีร่างกายอ่อนแอมาตลอดตั้งแต่เด็ก เป็นภูมิแพ้ ขี้หนาว

    ผู้ป่วยหญิงรายหนึ่ง อายุ 33 ปี แต่งงานมา 5 ปี ยังไม่ตั้งครรภ์ ไปปรึกษาแพทย์แผนปัจจุบันได้ตรวจเช็กเลือด ปรากฏว่าฮอร์โมนผิดปกติ ภาวะเหมือนคนใกล้หมดประจำเดือน

    แพทย์ แนะนำการรักษาด้วยการฉีดฮอร์โมน เธอไม่ตัดสินใจ เพราะกลัวผลแทรกซ้อนของยาฮอร์โมน เธอมีโรคประจำตัวคือปวดศีรษะบริเวณหน้าผากระหว่างคิ้ว

    ผู้ป่วยมี ภาวะโลหิตจาง ได้ธาตุเหล็ก และกินกรดโฟลิก แต่กินแล้วมักท้องเสีย ผู้ป่วยเป็นคนขี้หนาว นอนหลับไม่สนิท ระบบการย่อยและดูดซึมอาหารไม่ค่อยดี

    ผู้หญิงอีกรายอายุ 40 ปี ทำ เด็กหลอดแก้วมาแล้ว 3 ครั้ง ปรากฏว่าล้มเหลว ผู้ป่วยมีประจำเดือนมาไม่ปกติ มาไม่ตรงเวลา ปวดประจำเดือน ประจำเดือนเป็นก้อนดำคล้ำ มดลูกไม่มีเนื้องอก หรือพังผืด มีอาการปวดศีรษะไมเกรน และเครียดง่าย

    ผู้หญิงที่มีปัญหา ภาวะมีบุตรยากมาพบแพทย์จีนดังตัวอย่างข้างต้น พบได้บ่อยๆ ทางคลินิก สิ่งที่น่าสนใจ คือแพทย์แผนจีนช่วยรักษาภาวะมีบุตรยากได้อย่างไร

    ปัจจุบันเราพบว่าทุก 100 คู่ สามีภรรยาจะมีปัญหามีบุตรยาก 15 คู่ หรือปัญหามีบุตรยากมีประมาณร้อยละ 15 ของบรรดาคู่สามีภรรยาทั้งหลาย


    ความหมายของภาวะมีบุตรยาก

    คู่สามีภรรยาที่อยู่ด้วยกัน มีเพศสัมพันธ์กันได้ตามปกติและสม่ำเสมอ โดยไม่ได้คุมกำเนิดด้วยวิธีใดมาเป็นเวลา 1-2 ปี และยังไม่สามารถตั้งครรภ์ได้

    พบว่าการมีเพศสัมพันธ์สัปดาห์ละอย่าง น้อย 2-3 วัน (ไม่ได้คุมกำเนิด) โดยทั่วไปภายใน 5 เดือน จะมีโอกาสตั้งครรภ์ ร้อยละ 50 และในเวลา 1 ปีโอกาสอัตราการตั้งครรภ์ก็จะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 80-90


    ภาวะมีบุตรยากในทัศนะการแพทย์ปัจจุบัน

    สาเหตุและปัจจัยที่สำคัญ

    ฝ่ายชาย พบความผิดปกติ ร้อยละ 40
    ส่วนมากจากความผิดปกติของการผลิตเชื้ออสุจิ เช่น จำนวนเชื้ออสุจิน้อย การเคลื่อนไหวแหวกว่ายผิดปกติ สาเหตุอื่นที่พบน้อย เช่น ท่อน้ำเชื้อตีบตัน หรือความผิดปกติตั้งแต่กำเนิดในระบบสืบพันธุ์

    ฝ่ายหญิง พบความผิดปกติ ร้อยละ 60
    ส่วน มากเกี่ยวข้องกับภาวะไข่ไม่ตก ผนังมดลูกเจริญเติบโตไม่ดี (เชื้อที่ผสมแล้วไม่เจริญเติบโต) ซึ่งเกี่ยวข้องกับภาวะฮอร์โมน และความผิดปกติของท่อนำไข่อุดตัน พังผืด เนื้องอกมดลูก (myoma) เยื่อผนังมดลูกเจริญผิดที่ (endometriosis) รวมถึงความผิดปกติของระบบสืบพันธุ์ที่เป็นแต่กำเนิด

    ปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลจากฝ่ายชายและฝ่ายหญิง ประมาณร้อยละ 20
    ความอ้วน ทุโภชนาการ ความเครียด บุหรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การเกิดภูมิคุ้มกันต่อต้านเชื้ออสุจิ

    การตรวจวินิจฉัยแบบแผนปัจจุบัน
    มุ่งเน้นลงในรายละเอียด เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัด

    ฝ่ายชาย ตรวจสอบสภาพของน้ำอสุจิ ดูรูปร่าง ปริมาณ ความแข็งแรง การเคลื่อนไหวแหวกว่าย ความเป็นกรด เป็นด่าง ตรวจหาเชื้อจุลินทรีย์ดูการติดเชื้อ

    ฝ่ายหญิง ตรวจสภาพการตกไข่ โดยตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย (Basal Body Temperature) การตรวจฮอร์โมน LH ในปัสสาวะ การตรวจการตกไข่ด้วยอัลตราซาวนด์ การตรวจฮอร์โมนในเลือด
    - นอกจากนี้ยังมีการตรวจกรณีสงสัยความผิดปกติของอวัยวะภายในช่องเชิงกราน ด้วยการตรวจ ช่องท้อง (Laparoscopy)

    - ถ้าสงสัยความผิดปกติของโพรงมดลูก ก็จะมีการส่องตรวจโพรงมดลูก (Hysteroscopy)

    การรักษา
    ความผิดปกติของเชื้ออสุจิในผู้ชาย
    - แต่เดิมใช้ฮอร์โมนเพศ หรือยาไปกระตุ้นการสร้างตัวอสุจิให้มากขึ้น แต่มักไม่ค่อยได้ผล หรือบางรายได้ผลตรงข้ามกลับทำให้มีตัวอสุจิน้อยลงไปอีก
    - ใช้อสุจิบริจาค ซึ่งอาจจะเป็นอสุจิสด หรือแช่แข็ง (ตัวอสุจิของมนุษย์สามารถเก็บไว้ในไนโตรเจนเหลว ที่อุณหภูมิ -196 องศาเซลเซียส เป็นเวลาหลายปี) ของคนอื่น
    - คัดเลือกเชื้ออสุจิที่แข็งแรง เอาตัวที่อ่อนแอออก ลดความหนืด ล้างเอาภูมิคุ้มกันต่อตัวอสุจิออก เพื่อนำไปใช้ผสมเทียม
    - ใช้เข็มเล็กๆ ดูดเอาตัวอสุจิจากอัณฑะกรณีที่ไม่เจอเชื้ออสุจิในน้ำอสุจิ แล้วคัดเลือกตัวอสุจิที่แข็งแรงเพียงตัวเดียวฉีดเข้าไปผสมกับไข่โดยตรง (อิ๊กซี่) ICSI (Intra-cytoplasmic sperm injection)

    การผิดปกติของผู้หญิง
    - ความผิดปกติของการตกไข่ แก้ไขความผิดปกติ ของฮอร์โมน หรือใช้ยากระตุ้นการตกไข่
    - ท่อนำไข่ตัน ใช้การผ่าตัดด้วยกล้องจุลทรรศน์ และเครื่องมือขนาดเล็ก (Micro-surgery) เพื่อตัดส่วนที่ตันออก เอาส่วนดีของท่อมาต่อเข้าด้วยกัน
    - ถ้าติดเชื้อก็ให้ยาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อโรค
    - มีพังผืดมดลูก ก้อนเนื้อมดลูก รังไข่ ก็ผ่าตัดออก

    การผสมเทียม
    ถ้า นำอสุจิมีคุณภาพบกพร่องเล็กน้อย และฝ่ายหญิงก็ไม่มีความผิดปกติรุนแรง แพทย์จะใช้แนวทางการผสมเทียม โดยเอาเชื้อของสามีฉีดเข้าไปในโพรงมดลูก ร่วมกับการใช้ยากระตุ้นไข่ เพื่อเพิ่มโอกาสการผสมกันระหว่างไข่กับอสุจิ

    การทำเด็กหลอดแก้ว
    เป็นการปฏิสนธินอกร่างกายแล้วนำกลับเข้าไปฝังตัวในร่างกาย ซึ่งเป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ใช้มากที่สุดในปัจจุบัน

    แต่เดิมใช้การเก็บไข่ออกมานอกร่างกาย แล้วนำเชื้ออสุจิของฝ่ายชายล้างเอาน้ำออกเหลือแต่ตัวอสุจิ ทำการปฏิสนธิภายนอกร่างกาย แล้วเลี้ยงตัวอ่อนจนถึงระยะที่แข็งแรงที่สุด (ประมาณ 5-6 วัน) จนได้ส่วนที่เจริญเป็นรกและตัวอ่อนชัดเจนเรียกว่า บลาสโตซิส แล้วย้ายกลับเข้าสู่โพรงมดลูก (IVF - ET) In-vitro fertilization หรือนำไข่ที่เก็บจากภายนอก แล้วนำไข่กับตัวอสุจิที่ปฏิสนธิแล้วกลับเข้าไปผสมกันที่ท่อนำไข่ ซึ่งต้องมีการเจาะท้องส่องกล้อง เรียกว่า ทำ GIFT (Gamete intra-fallopian transfer)

    ปัจจุบันนิยมใช้การฉีดตัวอสุจิเข้าไปผสมกับไข่โดยตรง เรียกว่า ICSI (Intracytoplasmic Injection) มักใช้กรณีเชื้ออสุจิน้อย การเคลื่อนไหวของอสุจิไม่ดี เกินกว่าที่จะรักษาด้วยการทำเด็กหลอดแก้ว

    สำหรับฉบับหน้าจะพูดเรื่องภาวะมีบุตรยากในทัศนะแพทย์จีน

    บทความนี้เป็นลิขสิทธิ์ของ นายแพทย์วิทวัส (ภาสกิจ) วัณนาวิบูล แห่ง มูลนิธิหมอชาวบ้าน ซึ่งเว็ป LoveYouPlaza.com ได้ขออนุญาตในการลงเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานเรียบร้อยแล้ว ทีมงานLoveYouPlaza.com ขอขอบคุณคุณหมออย่างสูงมา ณ โอกาสนี้ด้วย

    yinyang
    อ่านเพิ่มเติม
  • เปรียบเทียบการรักษาทางคลินิกแผนจีน - แผนตะวันตก (ตอนที่ 8)
    04 08

    ภาวะมีบุตรยาก : ทัศนะแพทย์แผนจีน

    ฉบับที่แล้วพูดถึงความหมายและภาวะมีบุตรยาก ในทัศนะแพทย์แผนปัจจุบัน ฉบับนี้จะต่อด้วยทัศนะของแพทย์แผนจีน


    ภาวะมีบุตรยากในทัศนะแพทย์แผนจีน

    ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับประจำเดือน

    ประจำเดือนเป็นสิ่งที่ขับระบายออกจากมดลูก เกี่ยวข้องและสัมพันธ์กับการทำงานของอวัยวะภายในจั้งฝู่ เลือดและพลัง รวมถึงการคล่องตัวไม่ติดขัดของพลังเลือดในเส้นลมปราณที่เกี่ยวข้อง

    อวัยวะภายในจั้งฝู่ที่เกี่ยวข้องโดยตรงคือ ไต หลังจากอายุ 7 ขวบ พลังไตค่อยๆ เติมเต็มสะสมมากขึ้นทำให้ระบบสืบพันธุ์ของเพศชายและหญิงค่อยๆ เจริญเติบโต อายุ 14 ปี เป็นช่วงที่ระบบสืบพันธุ์ สุกงอมเริ่มทำงานได้ (สามารถมีการตั้งครรภ์) เริ่มมีประจำเดือนเกิดขึ้น

    พลังไต ยังคงทำงานจนถึงภาวะสูงสุด ที่อายุประมาณ 28 ปี หลังจากนั้นจะค่อยๆ ลดลง จนถึงอายุ 49 ปี ระบบสืบพันธุ์เริ่มเสื่อมถอย ภาวะเจริญพันธุ์หมดลง ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้

    ทัศนะแพทย์จีน "ไต" เป็นที่เก็บสารจิง ซึ่งเป็นรากฐานการเจริญเติบโตของร่างกายและพัฒนาการของระบบสืบพันธุ์ (มีส่วนสัมพันธ์กับระบบฮอร์โมนของแผนปัจจุบัน)

    ไตยังเป็นแหล่งของพลังพื้นฐานดั้งเดิม ซึ่งมีความสำคัญแบ่งได้เป็นไตยิน และไตหยาง

    พลังไต เป็นกลไกสำคัญของภาวะสมดุลของร่างกายทั้งระบบ

    เมื่อ พลังไต หรือพลังพื้นฐานดั้งเดิม มีความผิดปกติ ย่อมกระทบต่ออวัยวะภายในทั้งระบบ และมีผลต่อสารจิงของไต และระบบการสืบพันธุ์ รวมถึงการมีประจำเดือนที่ไม่ปกติ

    พลังไต ไหลเวียนในเส้นลมปราณไต และสัมพันธ์กับเส้นลมปราณชง ซึ่งมีจุดกำเนิดบริเวณมดลูก การไหลเวียนเลือดและพลังของเส้นลมปราณไต และเส้นลมปราณเยิ่นม่าย (แนวกลางลำตัวด้านหน้า) จึงเกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตของมดลูก การมีประจำเดือนและการตั้งครรภ์ (เกิดการหล่อเลี้ยงสารยินและอุ่นร้อนของพลังหยางของมดลูกที่เหมาะสม)

    นอกจากนี้ยังมีเส้นลมปราณตู๋ม่าย (แนวกลางลำตัวด้านหลัง) และต้ายม่าย (ผ่านรอบเอว) ที่มาหล่อเลี้ยงซึ่งเกี่ยวข้องกับการมีประจำเดือน และการสร้างสารน้ำ หล่อเลี้ยงของระบบสืบพันธุ์

    อวัยวะตับเกี่ยว ข้องกับการเก็บเลือด สำหรับบำรุง เลี้ยงร่างกาย และไหลเวียนลงล่าง ผ่านเส้นลมปราณม่าย (เกี่ยวข้องกับมดลูก) ซึ่งเป็นเหมือนแหล่งกำกับ "ทะเลเลือด" ตับยังเกี่ยวข้องความแปรปรวนทางอารมณ์อีกด้วย

    เส้นลมปราณตับยังไหลเวียนผ่านบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ (ในผู้หญิงบทบาทของประจำเดือนมีความสัมพันธ์กับตับเป็นหลัก) ผ่านท้องน้อย ชายโครงและเต้านม

    ความผิดปกติของตับจึงมีการแสดงออกหลายอย่าง เช่น ประจำเดือนผิดปกติ คัดหน้าอก อึดอัด ชายโครง อารมณ์หงุดหงิด (มีผลให้ระบบย่อยอาหารแปรปรวน) ปวดท้องน้อย เลือดและพลังไหลเวียนไม่สะดวก ปวดประจำเดือน เกิดก้อน หรือพังผืดของมดลูก

    ความผิดปกติของอวัยวะ ม้ามที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเลือดและพลัง และการลำเลียงอาหารไปเลี้ยงส่วน ต่างๆ รวมถึงเสริมเติมพลังของไต ดังนั้น ระบบม้ามที่บกพร่องย่อมกระทบต่อปัญหาการไหลเวียนชี่ที่ไปยังเส้นลมปราณม้าม และไต รวมถึงอวัยวะสืบพันธุ์


    สรุป
    ภาวะปกติของระบบสืบพันธุ์เกี่ยวข้องกับ
    1. อวัยวะภายใน คือไต (เกี่ยวข้องกับฮอร์โมน) ตับ (โดยเฉพาะผู้หญิง) ม้าม รวมถึง ปอด หัวใจ (ตามหลักปัญจธาตุ)
    2. พลังไต ความสมดุลของยิน หยาง (ไตยิน - ไตหยาง) เลือด พลังซึ่งมีผลกระทบต่อการทำงานและสร้างเสริมสารจิง (ฮอร์โมน) ที่ดีและพอเพียง
    3 เกี่ยวข้องกับการไหลเวียนของเลือดและพลังใน เส้นลมปราณชงม่ายหรือทะเลเลือดของ 12 เส้นลมปราณ (มดลูก) เยิ่นม่าย (ภาวะยิน) และตู๋ม่าย (ภาวะหยาง) และต้ายม่าย (ร้อยรัดเชื่อมประสานเส้นลมปราณที่ผ่านขึ้นลงทั่วร่างกาย)

    การวินิจฉัยและการรักษาตามทัศนะแพทย์แผนจีน
    แพทย์แผนจีนให้ความสำคัญของการแยกแยะภาวะร่างกาย
    1. เป็นภาวะพร่อง หรือแกร่ง - เพื่อวางแผนว่าจะบำรุงส่วนขาดหรือขับส่วนเกิน
    - ประจำเดือนมาช้า ประจำเดือนมีปริมาณน้อย สีซีด หรือคล้ำจาง ตกขาวน้อย ปวดท้องน้อย แบบหน่วงๆ ประคบน้ำร้อนอาการดีขึ้น จัดเป็นประเภทพร่อง - ต้องบำรุง
    - ถ้าประจำเดือนมาเร็ว สีเลือดคล้ำเป็นก้อน ปวดท้องน้อยรุนแรง เอามือกดหรือน้ำร้อนประคบจะรู้สึกไม่สบาย จัดเป็นภาวะแกร่ง - ต้องขับ
    - บางรายมีทั้งภาวะพร่องและแกร่งร่วมกัน

    2. สาเหตุความผิดปกติ แบ่งเป็นหลายประเภท
    พลังไตพร่อง

    ไม่มีครรภ์เป็นเวลานานตั้งแต่แต่งงาน ประจำเดือนมักเลื่อนมาช้ากว่ากำหนด บางครั้งประจำเดือนหยุดหายไปเลย ปริมาณน้อยสีจางหรือสีคล้ำ ใบหน้าสีดำคล้ำ ปวดเมื่อยขาและเอว ความต้องการทางเพศน้อย ตกขาวมากและเหลว อุจจาระเหลว ขนบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์บางไม่หนาแน่น มดลูกมักมีขนาดเล็ก ลิ้นสีซีด ฝ้าบนลิ้นขาว ชีพจรเล็ก ลึก และช้า

    หลักการรักษา : อุ่นไตเสริมจิง บำรุงเส้นลมปราณชง-เยิ่น
    ตำรับยา : ยวี่-หลิน-จู ปรับลดยาตามสภาพ

    ตับไตพร่อง
    อาการสำคัญ : ภาวะมีบุตรยาก มีประจำเดือนช้ากว่าปกติ ปริมาณน้อย สีจางหรือคล้ำ

    ถ้า เป็นรุนแรง ก็จะไม่มีประจำเดือน รูปร่างผอม ฝ่ามือฝ่าเท้าและหน้าอกร้อนผ่าว เวียนศีรษะ มีเสียงดังในหู ใจสั่น นอนไม่หลับ ปวดเมื่อยเข่าและเอว ตัวลิ้นแดง ฝ้าบนลิ้นน้อย ชีพจรตึงและเล็ก

    หลักการรักษา : บำรุงเสริมตับไต เสริมจิง บำรุงยิน ,
    ตำรับยา : เอ้อ-จวื้อ-ตี้-หวง-ทัง ปรับลดยาตามสภาพ

    เลือดและพลังพร่อง

    อาการสำคัญ : ประจำ เดือนมีปริมาณน้อยและจาง หรือไม่มีประจำเดือน ใบหน้าสีเหลืองขุ่นมัว ผิวหนังไม่มีประกาย ร่างกายอ่อนเพลีย ไม่มีกำลัง เวียนศีรษะตาลาย ใจสั่น หายใจตื้น บางรายมีมดลูกเจริญไม่ดี ตัวลิ้นซีด ฝ้าขาว ชีพจรเล็กอ่อนแอ

    หลักการรักษา : บำรุงเลือดและพลัง เลี้ยงพยุง เส้นลมปราณสู่มดลูก ,
    ตำรับยา : ปา-เจิน-ทัง ปรับลดยาตามสภาพ

    พลังหัวใจและตับอุดกั้น

    อาการสำคัญ : มักมีอารมณ์หงุดหงิด ประจำเดือนมาไม่ปกติ ปริมาณน้อยสีคล้ำ หรือประจำเดือนติดขัด ปวดท้องน้อยเวลามีประจำเดือน มีอาการคัดหน้าอกก่อนมีประจำเดือน แน่นหน้าอกและชายโครง นอนไม่หลับ ฝันร้าย ตัวลิ้นแดงคล้ำ ฝ้าบนลิ้นขาวบาง ชีพจรตึงหรือเล็กตึง

    หลักการรักษา : ระบายตับลดการอุดกั้น ปรับเลือดและพลัง ,
    ตำรับยา : ไค-ยวี้-จ้ง-ยวี้ทัง ปรับลดยาตามสภาพ

    พลังติดขัดเลือดอุดกั้น

    อาการสำคัญ : เคย มีประวัติการตั้งครรภ์ มีการแท้งมาก่อน หรือเคยผ่าตัดเกี่ยวกับมดลูก รังไข่มาก่อน ประจำเดือนมาช้ากว่าปกติ ปริมาณติดขัด ประจำเดือนเป็นก้อน ปวดประจำเดือน ปวดท้องน้อยเอามือกดแล้วปวดมากขึ้น ตัวลิ้นม่วงคล้ำ มีจุดเลือดตกค้าง ชีพจรตึงและฝืด
    หลักการรักษา : ทำให้เลือดเดินสลายการอุดกั้นของเลือด ทำให้การไหลเวียนของเส้นลมปราณที่ไปมดลูกคล่อง ไม่ติดขัด

    ตำรับยา : ซ่าว-ฝู-จู๋-ยวี-ทัง ปรับลดยาตามสภาพ

    เสมหะความชื้นตกค้างภายใน

    อาการสำคัญ : รูปร่างอ้วน ใบหน้าค่อนข้างขาว ซีด เวียนศีรษะใจสั่น ตกขาวปริมาณมากและหนืด ประจำเดือนมาช้ากว่าปกติ ปริมาณน้อย หรือไม่มีประจำเดือน จุกแน่นหน้าอก อ่อนเพลีย ไม่มีกำลัง ความต้องการ ทางเพศน้อย ลิ้นบวมซีด ฝ้าบนลิ้นเหนียวขาว ชีพจรลิ้น

    หลักการรักษา : สลายชื้น-เสมหะ บำรุงม้าม-ปรับพลัง ,
    ตำรับยา : ฉี่-กง-หวาน ปรับลดยาตามสภาพ

    ร้อนชื้นไหลลงสู่ส่วนล่าง

    อาการสำคัญ : ตกขาวมาก ลักษณะเหนียว สีขาวหรือสีเหลือง มีกลิ่นเหม็น ปวดท้องน้อย ประจำเดือนมาไม่ตามกำหนด ลิ้นแดง ฝ้าเหลืองเหนียว ชีพจรตึงเร็ว

    หลักการรักษา : ขับร้อนสลายชื้น ปรับเส้นลมปราณ ชง-เยิ่น ,
    ตำรับยา : ซื่อ-เหมี้ยว-หวาน ปรับลดยาตามสภาพ

    เปรียบเทียบภาวะมีบุตรยาก แผนปัจจุบันแผนจีน

    แผนปัจจุบันมีแนวคิดการวินิจฉัยภาวะมีบุตรยาก เน้นไปที่ตัวอสุจิและไข่ รวมถึงฮอร์โมนที่เกี่ยวข้อง และกระบวนการทำให้เกิดปฏิสนธิระหว่างตัวอสุจิกับไข่ รวมถึงเทคนิคการนำตัวอ่อนไปฝังตัวในมดลูก

    การรักษาจึงมุ่งเน้นไป ที่ตัวอสุจิ ที่มีคุณภาพและมีปริมาณเพียงพอ กับการกระตุ้นการตกไข่ กรณีที่การตกไข่ผิดปกติ กระทำการทุกอย่างให้ไข่และอสุจิเจอกัน โดยการฉีดเชื้อเข้าไปในโพรงมดลูก ร่วมกับการกระตุ้นไข่ให้ตกหลายๆ ฟอง เพื่อเพิ่มโอกาสการปฏิสนธิ

    เมื่อยังไม่สำเร็จ ก็พิจารณาใช้วิธีการนำไข่กับอสุจิ ผสมกันก่อนภายนอกที่เรียกว่าเด็กหลอดแก้ว แล้วเลี้ยง ให้มีการแบ่งเซลล์ได้มากกว่า 120 เซลล์ เป็นตัวอ่อนที่แข็งแรง เรียกว่า บลาสโตซิส จากนั้นนำกลับฝังตัวที่โพรงมดลูก หรือที่ท่อนำไข่

    กรณีเชื้ออสุจิผู้ชายอ่อนแอมากหรือไม่พบเชื้อในน้ำอสุจิ จะใช้วิธีดูดเชื้ออสุจิจากอัณฑะ แล้วฉีดเข้าไปในไข่โดยตรงเลย

    จุด เด่นของแผนปัจจุบันคือพยายามค้นหาสาเหตุที่จำเพาะแน่นอน แล้วแก้ปัญหาตรงนั้นล้วนๆ (มองแบบกลไก) รวมถึงการใช้เทคนิคขั้นสูงในการพยายามให้อสุจิปฏิสนธิกับไข่ และทำการฝังตัวให้ได้

    จุดอ่อนแผนปัจจุบันคือการมองปัญหาภาวะมีบุตร ยาก แยกจากภาวะความผิดปกติและความเสียสมดุลของร่างกายโดยองค์รวม การรักษาจึงไม่ให้ความสนใจในปัจจัยอื่น หรือสภาพองค์รวมของร่างกาย เพราะในความเป็นจริงภาวะมีบุตรยากมีหลายปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อกัน

    การแพทย์แผนจีน มองภาวะมีบุตรยากเป็นปัญหา ที่เกิดจากความไม่สมดุลของสภาพร่างกายองค์รวมร่วมกับมีผลเฉพาะที่ต่อตัว มดลูก รังไข่ เชื้ออสุจิ การมีประจำเดือนและการตั้งครรภ์

    การรักษา ต้องปรับสมดุลโดยองค์รวม ควบคู่กับการรักษาเฉพาะที่ ความผิดปกติของเลือด พลัง ภาวะยินหยางของร่างกายซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่ต้องปรับสมดุล รวมทั้งภาวะอุดกั้นของเลือด พลัง เสมหะ

    ความเสียสมดุลแสดงออกด้วย อาการต่างๆ ที่พบเห็นเกี่ยวข้องกับช่วงมีประจำเดือน เช่น ปวดศีรษะไมเกรน ปวดท้องประจำเดือน อาการคัดหน้าอก ประจำเดือนเป็นก้อน ประจำเดือนมาช้าหรือมาเร็วกว่าปกติ อาการหายใจไม่อิ่ม หนาวง่าย ประจำเดือนมามากผิดปกติ ภาวะเครียดมากและหงุดหงิดมากช่วงใกล้มีประจำเดือน จะได้รับการเยียวยาไปพร้อมๆ กัน เมื่อภาวะเหล่านี้ดีขึ้น เป็นการบ่งบอกภาวะสมดุลของร่างกายที่ดีขึ้นด้วย การตั้งครรภ์โดยธรรมชาติมีโอกาสเกิดขึ้นได้เอง หรือเมื่อจำเป็นต้องทำการรักษาด้วยเทคโนโลยีการแพทย์สมัยใหม่ก็จะมีโอกาส ตั้งครรภ์สูงขึ้นเช่นกัน

    ที่สำคัญกว่านั้น การรักษาแบบองค์รวมทำให้ คุณแม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงทางคุณภาพก่อนตั้งครรภ์เป็นการสร้างสภาพแวดล้อม ใหม่ที่ดีซึ่งจะเป็นหลักประกันต่อทารกในครรภ์ หรือสุขภาพของคุณแม่ระหว่างตั้งครรภ์ และภายหลังการคลอด (สูญเสียเลือดและพลัง) ว่าจะได้รับผลกระทบในทางไม่ดีน้อยที่สุด

    ความ รีบร้อนที่จะรีบใช้เทคโนโลยีการแพทย์สมัยใหม่ โดยไม่มีการปรับเปลี่ยนสมดุลให้กับคุณแม่ก่อน จะทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายที่แพง ประสบผลสำเร็จน้อย และมีผลกระทบทางลบต่อสุขภาพทารกและคุณแม่อีกด้าน

    การแพทย์แผนจีนจึงมีข้อเด่นและเป็นทางเลือกหนึ่งของการรักษาภาวะมีบุตรยากร่วมกับการแพทย์แผนปัจจุบัน

    บทความนี้เป็นลิขสิทธิ์ของ นายแพทย์วิทวัส (ภาสกิจ) วัณนาวิบูล แห่ง มูลนิธิหมอชาวบ้าน ซึ่งเว็ป LoveYouPlaza.com ได้ขออนุญาตในการลงเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานเรียบร้อยแล้ว ทีมงานLoveYouPlaza.com ขอขอบคุณคุณหมออย่างสูงมา ณ โอกาสนี้ด้วย

    yinyang

    อ่านเพิ่มเติม
  • แพทย์แผนจีน
    28 07
    อ่านเพิ่มเติม
  • โภชนบำบัด แนวคิดแพทย์ทางเลือก
    04 08

    สารแมคโครนิวเทรียนต์ (Macronutreint )
    สารอาหารหลักที่ให้พลังงานแก่ร่างกายได้แก่ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน

    1. คาร์โบไฮเดรต

    ได้แก่ แป้งและน้ำตาลประเภทต่างๆ เป็นแหล่งที่ให้พลังงานสำคัญที่สุดของร่างกาย คิดเป็นร้อยละ 50-60 ของอาหารทั้งหมดที่กินเข้าไป 1 กรัมของคาร์โบไฮเดรตให้พลังงาน 4 แคลอรี


    2. โปรตีน

    พบมากในเนื้อ สัตว์ ปลา ไข่ ธัญพืช ถั่วต่างๆ ส่วนประกอบประมาณร้อยละ 20 ของร่างกาย บทบาทสำคัญในการเจริญเติบโต ซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่สึกหรอ เป็นส่วนประกอบสำคัญของเอนไซม์ และฮอร์โมน เม็ดเลือดแดง แอนติบอดี กล้ามเนื้อ ผิวหนัง กระดูก ผิว ขน มีส่วนประกอบ ของโปรตีนเป็นส่วนใหญ่ ความต้องการ 0.8 กรัม ต่อกิโลกรัมของน้ำหนักตัวต่อวัน 1 กรัมของโปรตีนให้พลังงาน 4 แคลอรี


    3. ไขมัน

    เป็นแหล่งให้พลังงาน โดยเฉพาะการออกกำลังกายที่ใช้เวลานานๆ ต้องอาศัยพลังที่เก็บสะสมในไขมันสำรองไว้ เป็นส่วนประกอบของเยื่อหุ้มเซลล์ (cell membrane )

    ทำหน้าที่เป็นฉนวน เป็นตัวป้องกันการสูญเสียความร้อนของร่างกายมีความจำเป็นต่อการช่วยดูดซึม ของวิตามินที่ละลายในไขมัน ได้แก่ วิตามินเอ ดี อี และ เค 1 กรัมของไขมันให้พลังงาน 9 แคลอรี

    ไขมันแบ่งเป็นกรดไขมันชนิดอิ่มตัว และ กรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว ไขมันอิ่มตัว ได้แก่ ไขมันสัตว์ มีลักษณะแข็งตัวง่าย บางคนเรียกไขมันร้าย ไขมันไม่อิ่มตัว ได้แก่ ไขมันพืช มีลักษณะเป็นของเหลว อาหารโดยทั่วไปมักมีส่วนผสมของไขมันอิ่มตัวและไขมันไม่อิ่มตัวอยู่ด้วยกัน จึงเป็นการยากที่จะแยกกินไขมันอิ่มตัวจากอาหารได้โดยสิ้นเชิง แต่อย่างไรก็ตามควรหลีกเลี่ยงไขมันอิ่มตัวให้มากที่สุด ปริมาณไขมันที่กินคือ ร้อยละ 15-30 ของจำนวนแคลอรีทั้งหมด และควรเป็นไขมันอิ่มตัว ร้อยละ 10
    กรดไขมันที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ จำเป็นต้องได้รับจากอาหาร เรียกว่า กรดไขมันจำเป็น (essentail fatty acid) คนจำนวนมากมักได้รับจากอาหารที่ไม่เพียงพอ ทำให้ขาดไขมันประเภทนี้และมีผลต่อการทำงานด้านต่างๆ ของร่างกาย

    แต่เดิมมีความเข้าใจว่าไขมันอิ่มตัวซึ่งโดยทั่วไปพบในไขมันสัตว์ (Omega-9) เป็นไขมันเลว ส่วนไขมันไม่อิ่มตัวที่พบในพืช เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันถั่ว (Omega-6), น้ำมันข้าวโพด เป็นไขมันดี

    การวิจัยของดอกเตอร์แบงและดอกเตอร์ไดเออร์เบิร์ก ได้รายงานผลการศึกษาชาวเอสกิโมแถบกรีนแลนด์ ที่มีวิถีชีวิตการบริโภคไขมันปลาวาฬ แมวน้ำ (ซึ่งขัดแย้งกับข้อเสนอของสมาคมโรคหัวใจของอเมริกา) มีอัตราการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจน้อยมาก ดร.เจฟเฟอรี่ เอส. แบลนด์ เขียนไว้ในบทความ "น้ำมันปลา" นิตยสาร Complementry medicine magazine เดือนกันยายน พ.ศ.2528 ว่า "น้ำมัน ปลาเป็นไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนที่ชาวเอสกิโมกิน อุดมไปด้วยกรดไขมัน แอลฟ่าไลโนเลนิก ที่มีประสิทธิภาพในการลดระดับไขมันในเลือด ในขณะที่การบริโภคไขมันของชาวอเมริกัน แม้ว่าจะเป็นไขมันที่ไม่อิ่มตัวจากพืช (Omega-6) จะมีกรดไขมัน ไลโนเลอิก (linoleic acid) สูง ซึ่งไม่มีบทบาทในการลดระดับไขมันในเลือดเหมือนน้ำมันปลา (Omega-3)"

    โอเมก้า-3 เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะถูกแปรสภาพเป็นพรอสตาแกลนดิโน (prostaglandino) และสารที่คล้ายฮอร์โมนเรียกว่า ไอโคซานอยด์ (eicosanoid ) กลไกการออกฤทธิ์ของไอโคซานอยด์ค่อนข้างยุ่งยากซับซ้อน แต่กล่าวโดยรวม มีบทบาทในการกระตุ้นฮอร์โมนเจริญเติบโต เกี่ยวข้องกับการควบคุมความดันเลือด การแข็งตัวของหลอดเลือด กระบวนการอักเสบของหลอดเลือด (ผู้ป่วยเอสแอลอี) มีผลต่อการหดเกร็งตัวของหลอดเลือด ลดคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ในเลือด ป้องกันการติดขัด ยึดติดของข้อ รวมถึงช่วยเสริมสร้างการทำงานของประสาทและเนื้อสมอง


    สารไมโครนิวเทรียนต์ (micronutrient)

    เป็น สารที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย แต่ต้องการปริมารเพียงเล็กน้อย ได้แก่ วิตามินและแร่ธาตุ กากเส้นใย (Fiber) ไฟโทเคมิคอล (phytochemical) หรือพฤกษเคมี มีบทบาทสำคัญในกระบวนการทำปฏิกิริยาต่างๆ ของร่างกาย


    1. วิตามิน

    มีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงอาหารให้เป็นพลังงาน และสร้างเนื้อเยื่อ วิตามินแบ่งเป็น 2 ประเภท ชนิดละลายในไขมัน (Fat soluble Vitamins) ได้แก่ วิตามินเอ ดี อี เค และบีตา-แคโรทีน ต้องการไขมันช่วยในการดูดซึม และสะสมในไขมันของร่างกายเมื่อมีปริมาณมากขับทิ้งจากร่างกายยาก มักสะสมในตับและในไขมันบริเวณต่างๆ ของร่างกายเมื่อได้รับมากเกินไปมีโอกาสเกิดพิษจากวิตามินสูง โดยเฉพาะวิตามินเอ และดี
    ชนิดละลายในน้ำ ที่สำคัญได้แก่ วิตามินบี และซี ถ้าได้รับในปริมาณที่มากเกินไปจะสามารถขับทิ้งทางปัสสาวะได้ ข้อเสียคือมักจะสูญเสียคุณค่าเมื่อเก็บทิ้งไว้นานหรือการทำให้ร้อน


    2. แร่ธาตุ

    มีความจำเป็นต่อการเติบโตและการเสริมสร้างโครงสร้าง รวมทั้งการทำงานของร่างกาย รักษาสมดุลของน้ำในเซลล์ และรอบเซลล์ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์ ขึ้นมาเอง รวมถึงพืชและสัตว์ก็ไม่สามารถสังเคราะห์ขึ้นมาเองได้ ต้องรับจากภายนอกเท่านั้น แร่ธาตุบางชนิดร่างกายต้องการในปริมาณที่มากได้แก่ แคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม โซเดียมและซัลเฟอร์ แร่ธาตุชนิดที่ร่างกายต้องการในปริมาณที่น้อย เรียกว่า Trace elements แต่มีความสำคัญต่อสุขภาพที่ดี ได้แก่ ทองแดง เหล็ก ไอโอดีน เซลีเนียม สังกะสี และโครเมี่ยม แร่ธาตุชนิดต่างๆ มีบทบาทที่จำเพาะที่แน่นอนต่อร่างกาย


    3. เส้นใย

    เส้นใยหรือกากใย เป็นส่วนของพืชที่ไม่สามารถดูดย่อยหรือดูดซับ แม้ว่าเส้นใยจะจัดอยู่ในสารที่ไม่ใช่อาหาร (Non-nutreint) และไม่ได้ให้พลังงาน แต่มีบทบาทสำคัญต่อการมีสุขภาพที่ดี กากใยที่ไม่ละลายน้ำ (Insoluble Fibers) พบในถั่ว ข้าวกล้อง เปลือกนอกของผักและผลไม้ ช่วยขับเคลื่อนอาหาร และของเสียในลำไส้ใหญ่ เพื่อขับทิ้งออกจากร่างกาย ช่วยทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของลำไส้ทำให้ระบบทางเดินอาหารทำงานได้ปกติ ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ ช่วยทำให้ลำไส้สะอาดกากใยที่ละลายน้ำ (Soluble Fibers) พบในเนื้อผลไม้ ผัก ข้าวโอ๊ต มะเขือเทศ แครอต มักจะอยู่ในรูปของเพกทิน (Pectins) และกัม (gums)
    บางส่วนสามารถถูกย่อยได้ มีบทบาทลดระดับคอเลสเตอรอลและระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยควบคุมความอยากอาหารและลดน้ำหนักตัวเนื่องจากสามารถดูดซับน้ำ เกิดการพองตัวในลำไส้ สมาคมโรคหัวใจของสหรัฐอเมริกา (The American Heart Association) แนะนำว่าสำหรับผู้ใหญ่ควรได้รับเส้นใยอาหารปริมาณ 20-30 กรัมต่อวันเพื่อสุขภาพที่ดี


    4. น้ำ

    น้ำเป็นตัวกลางของชีวิต มีปริมาณร้อยละ 60 ของร่างกาย การขาดน้ำปริมาณน้อยอาจจะรู้สึกคอแห้ง ร่างกาย เหี่ยวย่น ถ้าขาดร้อยละ 10 จะมีผลกระทบต่อสุขภาพชัดเจน ถ้าขาดถึงร้อยละ 20 จะมีอันตรายต่อชีวิต น้ำมีความสำคัญยิ่งต่อชีวิต เพราะของเหลวในร่างกาย เช่นเลือด น้ำเหลือง น้ำย่อย สารคัดหลั่ง ปัสสาวะ น้ำตา เหงื่อ ฮอร์โมน ฯลฯ จะต้องมีน้ำเป็นองค์ประกอบ นอกจากนี้ยังเป็นส่วนประกอบของเซลล์และเนื้อเยื่ออวัยวะ และระบบต่างๆ ของร่างกาย รวมถึง การควบคุมอุณหภูมิและการดูดซึมสารอาหาร คนเราจะต้องได้น้ำเข้าสู่ร่างกายอย่างน้อย 2 ลิตรต่อวัน (ประมาณ 8 แก้ว/ วัน)

    การกินอาหารเพื่อให้ได้ประโยชน์ทางโภชนบำบัด จำเป็นจะต้องกินในปริมาณที่พอเหมาะพอดี และพอเพียง

    บทความนี้เป็นลิขสิทธิ์ของ นายแพทย์วิทวัส (ภาสกิจ) วัณนาวิบูล แห่ง มูลนิธิหมอชาวบ้าน ซึ่งเว็ป LoveYouPlaza.com ได้ขออนุญาตในการลงเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานเรียบร้อยแล้ว ทีมงานLoveYouPlaza.com ขอขอบคุณคุณหมออย่างสูงมา ณ โอกาสนี้ด้วย
    yinyang

    อ่านเพิ่มเติม
  • โสมคนทั่งเฉ้า
    24 06

    ยาน้ำสมุนไพรผสม "โสมคนทั่งเฉ้า" สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการหนัก หรือ เป็นโรคเรื้อรัง ขนาด 750 ซีซี ราคาขวดละ 2,900 บาท จัดส่งฟรีทั่วไทย

    อ่านเพิ่มเติม

www.LoveYouPlaza.com ได้จดทะเบียนลิขสิทธิ์กับ DMCAwww.LoveYouPlaza.com ได้จดทะเบียนลิขสิทธิ์กับ DMCA เรียบร้อยแล้ว ห้าม คัดลอก ทำซ้ำ หรือ ดัดแปลง บทความ รูปภาพ ข้อมูลบางส่วนหรือทั้งหมด เว็ปที่ละเมิดจะถูก Google.co.th บล็อค ไม่ให้แสดงผลในลำดับการค้นหา ตามกฎหมายสากล Digital Millennium Copyright Act 1998 และ www.LoveYouPlaza.com จะดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญากับเว็ปไซต์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ดังกล่าว

Template Settings
Select color sample for all parameters
Red Green Olive Sienna Teal Dark_blue
Background Color
Text Color
Select menu
Google Font
Body Font-size
Body Font-family
Direction
Scroll to top